ออกแบบโลโก้

งานออกแบบโลโก้ (Logo)

งานออกแบบโลโก้ (Logo) นับได้ว่า เป็นการทำงานงานชิ้นแรกๆ ของการโฆษณาเลยก็ว่าได้ เพราะโลโก้ (Logo) เป็นสิ่งแรก ที่จะทำให้ลูกค้าจดจำสินค้า และจดจำแบรนด์สินค้าได้นั่งเอง

โลโก้ (Logo) เป็นภาพแรก ของสินค้าหรือองค์กร ที่จะสร้างการจดจำ, สื่อความหมาย, บ่งบอกตัวตน หรือสร้างความรู้สึกที่มีต่อสินค้าหรือแบรนด์ได้ การออกแบบโลโก้ (Logo) จึงต้องให้ความสำคัญ และควรใช้การประมวลความคิด ที่จะส่งผลต่อการออกแบบโลโก้ (Logo) ให้มากที่สุด เมื่อคิดจะสร้างแบรนด์ขึ้นมา

การออกแบบโลโก้ (Logo) นั้น สำหรับมุมมองของนักออกแบบ นับว่าเป็นสิ่งที่ยากไม่น้อย เพราะองค์ประกอบของโลโก้ (Logo) ประกอบกันด้วยหลายปัจจัย ทั้งการสื่อความหมาย, การสร้างความรู้สึก, การกำหนดงานออกแบบให้ตรงกับความหมายที่ต้องการ ไปจนถึงความพอใจหรือรสนิยมของลูกค้าและกลุ่มเป้าหมาย

 🤩 รับออกแบบโลโล้ ประสบการณ์การออกแบบ กว่า 30 ปี 🤩 

ผลงาน ออกแบบโลโก้ ฉลากสินค้าผลิตภัณฑ์

ออกแบบโลโก้

ตัวอย่างผลงานออกแบบโลโก้และพิมพ์สติ๊กเกอร์

พิมพ์ฉลากสินค้า

พิมพ์ฉลากสินค้าแบบม้วน

พิมพ์สติ๊กเกอร์ติดรถ

พิมพ์สติ๊กเกอร์ติดผนัง

พิมพ์สติ๊กเกอร์ติกกระจก

พิมพ์สติ๊กเกอร์ใสหมึกขาว

พิมพ์สติ๊กเกอร์ติดพื้น

พิมพ์สติ๊กเกอร์ติดตู้

พิมพ์สติ๊กเกอร์ PVC

พิมพ์สติ๊กเกอร์การ์ตูน

พิมพ์สติ๊กเกอร์แผ่นใหญ่

สติ๊กเกอร์สะท้อนแสง3M

ออกแบบโลโก้

โลโก้ (Logo)

เป็นภาพแรก ของสินค้าหรือองค์กร ที่จะสร้างการจดจำ, สื่อความหมาย, บ่งบอกตัวตน หรือสร้างความรู้สึกที่มีต่อสินค้าหรือแบรนด์ได้ การออกแบบโลโก้ (Logo) จึงต้องให้ความสำคัญ และควรใช้การประมวลความคิด ที่จะส่งผลต่อการออกแบบโลโก้ (Logo) ให้มากที่สุด เมื่อคิดจะสร้างแบรนด์ขึ้นมา

การออกแบบโลโก้ (Logo) นั้น สำหรับมุมมองของนักออกแบบ นับว่าเป็นสิ่งที่ยากไม่น้อย เพราะองค์ประกอบของโลโก้ (Logo) ประกอบกันด้วยหลายปัจจัย ทั้งการสื่อความหมาย, การสร้างความรู้สึก, การกำหนดงานออกแบบให้ตรงกับความหมายที่ต้องการ ไปจนถึงความพอใจหรือรสนิยมของลูกค้าและกลุ่มเป้าหมาย

ปรึกษาฟรี 24 ชั่วโมง แอดไลน์ มีส่วนลด 

ออกแบบโลโก้
ออกแบบโลโก้

ขั้นตอนการทำงานออกแบบสิ่งพิมพ์

1.แจ้งความต้องการ
1.1. ต้องการทำงานประเภทไหน (โบรชัวร์, ฉลากสินค้า, แคตตาล็อค ฯลฯ)
1.2. ลักษณะที่ต้องการ (ขนาด, รูปแบบ, สีสัน หรือความต้องการอื่นๆ)
1.3. ออกแบบอย่างเดียวหรือพิมพ์ด้วย (ราคาออกแบบแยกกันกับราคางานพิมพ์)
1.4. จำนวนงานพิมพ์ที่ต้องการ (หากมีงานพิมพ์)

2.โค้ทราคา
2.1. ส่งใบเสนอราคางานออกแบบ
2.2. ส่งใบเสนอราคางานพิมพ์
2.3. ตกลงราคา

3.จัดทำงานออกแบบ
3.1. นำเสนอแบบครั้งละไม่เกิน 2 แบบ
3.2. ลูกค้าส่งข้อมูลที่ต้องการครบถ้วนเมื่อลูกค้าพอใจรูปแบบที่นำเสนอในเบื้องต้นแล้ว ลูกค้าโอนเงินค่าออกแบบ 50% ของราคาที่ตกลงกันและสามารถแก้ไขรายละเอียดได้ไม่เกิน 3 ครั้ง

4.รับ Artwork
4.1. เมื่องานแล้วเสร็จ ลูกค้าโอนเงินค่าออกแบบที่ 50% ที่เหลือ จึงจะจัดส่ง Artwork ให้ หรือส่งต่องานพิมพ์ต่อไป
4.2. ลูกค้าสามารถเลือกรับไฟล์งานหรือไม่รับก็ได้ (ในกรณีที่ต้องการพิมพ์งาน ค่า Artwork จะไม่เท่ากัน)

5.ส่งต่องานพิมพ์
5.1. ก่อนขั้นตอนพรูฟงานลูกค้าโอนเงินค่าพิมพ์งาน 60%
5.2. เมื่องานพิมพ์แล้วเสร็จ ลูกค้าโอนเงินส่วนที่เหลือ 40% (กรณีเป็นลูกค้าใหม่ 1-3 ครั้งแรก หลังจากนั้นเครดิตแล้วแต่การตกลง)

6.ส่งงาน
6.1. ขั้นตอนสุดท้ายของทั้งงานออกแบบและงานพิมพ์ บริษัทฯ จะจัดส่งงานให้ลูกค้าโดยไม่คิดค่าส่ง (เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ)

จุดเด่นพิมพ์สติ๊กเกอร์

ออกแบบโลโก้ ฉลากสินค้าผลิตภัณฑ์

การจำแนกประเภทของโลโก้ (Logo)

โลโก้ (Logo) มีการจำแนกออกเป็น 4 ประเภทดังนี้

1. Wordmark หรือ Logotype หรือการสร้างโลโก้ (Logo) จากตัวอักษรมาวางเรียงกัน ซึ่งอาจเป็นชื่อแบรนด์ ชื่อสินค้า หรือตัวอักษรย่อ (แบบหลายตัวอักษร) และใช้การออกแบบในการจัดวางตัวอักษรเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้สี, Font, ลวดลายของตัวอักษร, การประดิษฐ์ตัวอักษรใหม่

2. Letterform ใช้ตัวอักษรเพียง 1 ตัว เพื่อการง่ายต่อการจดจำ มองผ่านแวบเดียวก็จะเห็นเป็นตัวอักษรตัวนั้น แล้วจึงประมวลผลเป็นชื่อแบรนด์ต่อไป

3. Pictorial เป็นการนำรูปภาพที่เป็นที่เข้าใจได้มาประกอบขึ้นเป็นโลโก้ (Logo) ซึ่งอาจเป็นเพียงรูปภาพอย่างเดียว หรือประกอบกับตัวอักษรเพิ่มเติมไปก็ได้ และยังสามารถแยกใช้ได้แค่รูปภาพเพียงอย่างเดียวก็ได้อีกด้วย

4. Abstract เป็นลักษณะแบบนามธรรม คือ ไม่ได้สื่อสารผ่านรูปทรงอะไรที่เข้าใจง่ายตั้งแต่แวบแรกที่เห็น อาจซ่อนความหมายใดๆ ไว้ ให้ต้องตีความหมาย ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องดูออกก็ได้ แต่อาจเลือกรูปทรงหรือการใช้สีเพื่อสื่อสารประกอบเช้าด้วยกัน และทำให้จดจำได้ ไปจนเมื่อรู้ความหมายก็จะยิ่งจดจำได้มากขึ้น

ทั้งหมดที่ว่ามา คือความหมายของโลโก้ (Logo), วิธีคิดและออกแบบโลโก้ (Logo) ไปจนถึงประเภทของโลโก้ (Logo) ต่างๆ ครับ เราจะเห็นได้ว่า มีหลักการและการจำแนกต่างๆ ออกมามากมาย แต่สิ่งอื่นใดนั้น ยังมีอีกเงื่อนไขหนึ่งที่สำคัญครับ นอกเหนือไปจากการอ้างอิงหลักการเหล่านี้แล้ว ยังมีอีกอย่าง คือความพอใจครับ เพราะโลโก้ (Logo) จะอยู่คู่ไปกับสินค้าหรือแบรนด์ หรือองค์กรนั้นไปอีกชั่วระยะเวลาหนึ่ง ดังนั้น การออกแบบที่ดีนอกจากจะตอบโจทย์ทั้งหมดที่ว่ามา นักออกแบบยังต้องคิดรวมไปถึงความพอใจของลูกค้า หรือเจ้าของสินค้าด้วย เพราะคงไม่มีลูกค้าคนไหนพอใจที่จะอยู่กับโลโก้ (Logo) ที่ตนไม่ได้ชอบ แม้จะตอบโจทย์อื่นๆ ได้ทั้งหมดก็ตาม

เราคือนักออกแบบที่มีประสบการณ์ในการทำงานออกแบบสิ่งพิมพ์มากว่า 20 ปี เราเข้าใจจากประสบการณ์ว่า การออกแบบชิ้นงานใดๆ นั้นต้องใช้ทั้งหลักการ ข้อมูล ทฤษฎี สถิติ ไปจนถึงความพอใจตามรสนิยมของทั้งลูกค้าและตลาด ดังนั้น ผลงานต่างๆ ที่ถูกผลิต ไม่ว่าจะเป็นทางสื่อโซเชียลต่างๆ หรือจะเป็นงานสิ่งพิมพ์ หลักการออกแบบทั้งหมด จะถูกกลั่นกรองออกมาทีละข้อ จนกว่าจะได้คำตอบออกมาเป็นชิ้นงานที่คุณจะพอใจ รวมทั้งความรู้ความเข้าใจในด้านสิ่งพิมพ์ ที่พร้อมจะให้คำแนะนำ เพื่อให้ผลงานการออกแบบที่ดีและถ่ายทอดออกมาเป็นงานจริงที่สมบูรณ์แบบได้อีกด้วย

ทำไมต้องออกแบบโลโก้ ฉลากสินค้าผลิตภัณฑ์

ออกแบบโลโก้

ตัวอย่างแบรนด์ชั้นนำที่ใช้บริการกับเรา

ออกแบบโลโก้ ฉลากสินค้าผลิตภัณฑ์

ขั้นตอนและวิธีการของการออกแบบโลโก้ (Logo)

1. โลโก้ (Logo) ควรง่ายต่อการจดจำ

นึกภาพการปรากฏของโลโก้ (Logo) ข้างสนามฟุตบอล หรือริมถนนที่รถวิ่งผ่าน การมองโลโก้ (Logo) ในหลายโอกาสที่ผู้มอง ไม่สามารถใช้เวลาได้นาน หรือเพียงแค่ผ่านตาขณะรถวิ่ง เพราะฉะนั้น โลโก้ (Logo) จึงควรง่ายต่อการจดจำ (แม้ว่า รูปแบบที่ง่ายๆ รายละเอียดไม่เยอะ จะจำง่ายกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า รูปทรงบางอย่างที่มีรายละเอียดเยอะๆ จะไม่เป็นที่จดจำ ถ้าสามารถออกแบบได้ดีพอ) ซึ่งคำว่า ง่ายต่อการจดจำนั้น มีหลากหลายวิธี แล้วแต่องค์ประกอบและเหตุผล ที่จะมีในแต่ละแบรนด์หรือสินค้า ซึ่งอาจแตกต่างกันไป

2. โลโก้ (Logo) ควรมีสีที่เหมาะสม

เพราะสีแต่ละสี มีความหมายและบ่งบอกอารมณ์แตกต่างกันไป การเลือกสีที่เหมาะสมกับสินค้าหรือแบรนด์ จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะสีจะสามารถสร้างความรู้สึกต่อโลโก้นั้นได้ สนับสนุนความหมายของโลโก้ (Logo) นั้นได้ ธุรกิจหลายอย่าง มีลักษณะของงาน แนวคิดของแบรนด์ หรือบุคคลิกที่เจ้าของแบรนด์ต้องการ สีจะสามารถบ่งบอกและกำหนดบุคคลิกของโลโก้ (Logo) ได้ ดังนั้น ก่อนออกแบบหรือสื่อความต้องการไปยังนักออกแบบ (หากต้องการระบุสีที่ต้องการ) ผู้ที่คิดสีนั้น (นักออกแบบหรือเจ้าของแบรนด์) จึงควรเรียนรู้ทฤษฎีสีและความหมายของสีได้ในระดับหนึ่ง จึงจะสามารถออกแบบได้ตรงความสมควรได้

3. การเลือกใช้ตัวอักษรบนโลโก้ (Logo)

การเลือกใช้ตัวอักษรบนโลโก้ (Logo) นั้น ประกอบด้วย 3 ที่มา ดังนี้

3.1 “คำ” ซึ่งอาจเป็นชื่อสินค้าหรือชื่อแบรนด์สินค้า, ชื่อบริษัท หรือตัวย่อ ที่จะสามารถสื่อสารให้เข้าใจความต้องการได้

3.2 “Font” ที่ใช้ อาจเป็น Font สำเร็จที่มีอยู่แล้ว หรือการสร้าง Font เฉพาะขึ้นมาใหม่ เพื่อให้หน้าตาหรือรูปแบบตรงกับความต้องการ ในหลายๆ แบรนด์ชั้นนำ มักสร้าง Font ขึ้นมาใหม่ เพื่อความเป็นเฉพาะตัว และแตกต่างไปจากแบรนด์สินค้าอื่นๆ

3.3 “การจัดวาง” ที่ต้องใช้การจัดองค์ประกอบเพื่อให้เข้ากับภาพของโลโก้ (Logo) โดยรวม หรือการอ่านง่าย และจำง่าย รวมทั้ง อาจมีเส้น หรือลวดลายกราฟิกอื่นๆ ประกอบเข้าไปด้วย เพื่อความเป็นเอกลักษณ์

ทั้งนี้ หลายทฤษฎีมักบอกว่า ไม่ควรใช้ตัวอักษรมากเกิน 10-20 ตัวอักษร แต่หากจะพิจารณาการอ่านที่ง่ายและเหมาะสม การเลือกใช้ตัวอักษร ไม่ควรมีเกิน 4-8 ตัวอักษร เพื่อการสะกดคำที่รวดเร็ว ทั้งนี้ ไม่รวมชื่อแบรนด์หรือรายละเอียดบางอย่างที่อาจใส่ประกอบเข้าไปด้านล่าง ซึางอาจเป็นชื่อบริษัทที่ยาวเกินกว่านั้น แต่ไม่สำคัญเท่าโลโก้ (Logo) ส่วนที่อยู่ด้านบนที่สำคัญกว่า

4. การออกแบบโลโก้ (Logo) พร้อมฉากหลัง

บ่อยครั้งที่โลโก้ (Logo) มักถูกวางบนฉากหลังหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย หรือสีพื้นต่างๆ กันไป แต่หลักการออกแบบเบื้องต้น ควรเลือกการออกแบบบนฉากหลังสีขาวไว้ก่อน โดยอาจมีการกลับค่าสีเผื่อไว้ ยามที่ต้องวางบนรูปภาพหรือพื้นสี เช่น ภาพโลโก้ (Logo) ด้านบนเป็นลวดลายโลโก้ (Logo) และมีข้อความอยู่ด้านล่าง (สมมุติว่าเป็นสีดำ, เขียว, หรือแดง) เมื่อนำไปวางบนนามบัตร กระดาษจดหมาย ซึ่งเป็นพื้นขาว ก็สามารถมองเห็นได้เด่นขัด แต่เมื่อต้องการวางบนพื้นสีเข้ม อาจเปลี่ยนเฉพาะตัวอักษรด้านล่างให้เป็นสีขาวแทนก็ได้ (ไม่นิยมเปลี่ยนเป็นสีอื่น นอกจากขาวและดำ เพราะอาจทำให้ผิดเพี้ยนไปจากความหมายของสีได้) หรือบางกรณี อาจใส่กรอบพื้นสีต่างๆ รองหลังไว้ตั้งแต่ต้น เพื่อการนำไปวางกับพื้นหลังอื่นๆ ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนสีของโลโก้ (Logo) เลย

5. ใช้ฉากหลังเข้าช่วย

เมื่อการออกแบบโลโก้ (Logo) เริ่มต้นโดยการออกแบบบนพื้นขาว การนำฉากหลังสีขาว (หรืออาจเปลี่ยนเป็นฉากหลังสีอื่น) เข้ามาประกอบเข้ากับโลโก้ (Logo) ก็เป็นเรื่องน่าสนุกและน่าสนใจต่อสายตา

คำในภาษางานออกแบบคำหนึ่ง มีการเรียกการออกแบบเว้นพื้นที่ขาว หรือตัวอักษรขาวว่า “เจาะขาว” ซึ่งหมายความว่า เป็นการออกแบบที่ตัดพื้นที่สีขาวนั้นทิ้งไป หรือไม่ให้ความสำคัญ แต่พื้นที่ขาวว่างนั้น กลับสามารถสร้างความโดดเด่นออกมาจากฉากหลังได้ ถ้ามองในมุมกลับกัน ฉากหลังพื้นขาวนั้น ก็สามารถย้อนกลับมาสร้างความโดดเด่นให้กับลวดลาย สีสันที่มีอยู่ของโลโก้ (Logo) ได้ นักออกแบบ จึงเลือกใช้เทคนิคการเจาะขาวนั้น มาสร้างเป็นลวดลายหรือ Effect ที่โดดเด่นขึ้นมามากกว่าพื้นสีที่ใช้ ซึ่งจะให้ผลย้อนกลับที่โดดเดนขึ้นมาจากสีของโลโก้ (Logo) ได้ด้วย

6. ตัดทอนลูกเล่นที่ไม่จำเป็นของโลโก้ (Logo) ออกไป

โลโก้ (Logo) ที่ดี พื้นฐานคือความเรียบง่ายและมีองค์ประกอบน้อย จะสามารถอยู่ได้นานกว่าโลโก้ (Logo) ที่ออกแบบพร้อมเทคนิคหรือ Effect ต่างๆ เพราะอาจทำให้โลโก้ (Logo) ขาดความหนักแน่น และอาจล้าสมัยได้เร็วเกินไป และดูน่าเบื่อ เมื่อเห็นบ่อยครั้ง

7. ไม่ควรใช้สีเกินความจำเป็น

เมื่อโลโก้ (Logo) เป็นงานสิ่งพิมพ์ เริ่มตั้งแต่ใช้บนนามบัตร, กระดาษจดหมาย, ซองจดหมาย สิ่งพิมพ์เหล่านี้ มักใช้การพิมพ์ที่น้อยกว่าการพิมพ์ 4 สี โดยเงื่อนไขราคา การพิมพ์ 4 สี ต้องใช้เพลท 4 เพลท (แม่พิมพ์) หากลดการใช้เพลทลงไปเป็น 3 เพลท หรือ 2 เพลท หรือ 1 เพลทสี ก็ยิ่งทำให้ต้นทุนสิ่งพิมพ์เหล่านั้นถูกลง โดยทั่วไป มักทำกัน ที่ 2 สี หรือมากสุดไม่เกิน 3 สี

เทคนิคงานพิมพ์แบบออฟเซ็ท 4 สี หมายความว่า เครื่องพิมพ์ จะพิมพ์จุดสีเล็กๆ ลงไปบนกระดาษ ด้วยสีเพียง 4 สี คือ ฟ้า, แดง, เหลือง, ดำ และใช้ความถี่ ห่าง ของจุดสีผสมกันบนกระดาษ (ผสมผ่านการมองด้วยตาเปล่า) จนเกิดเป็นสีต่างๆ ขึ้นมา ซึ่งถ้าเรามองด้วยกล้องขยาย เราอาจจะยังเห็นจุดสี ฟ้า, แดง, เหลือง, ดำ วางเรียงตัวกันอยู่บนกระดาษ แต่เมื่อถอยหลังออกมาดู จุดสีเหล่านั้นจะผสมกันในสายตาเราจนเกิดเป็นสีอื่นได้ตามต้องการ

แต่เมื่อมีการพิมพ์งานสีเดียวหรือ 2 สี ลงบนกระดาษ เช่น การพิมพ์กระดาษหัวจดหมายตามสีโลโก้ (Logo) (ชื่อบริษัท, ที่อยู่, เบอร์โทรฯ ที่จะพิมพ์ร่วมกันบนชิ้นงานนั้น มักเลือกสีเข้มของโลโก้ (Logo) มาพิมพ์ เพื่อประหยัดค่าเพลทสี เช่นโลโก้ (Logo) เป็นสีแดงและน้ำเงิน 2 สี ตัวอักษรอาจถูกพิมพ์ด้วยสีน้ำเงิน) จะให้ผลของสีที่อยู่บนกระดาษแตกต่างกันเล็กน้อย หากเราส่องกล้องดูสีเขียวบนงานพิมพ์ 4 สี เราจะเห็นว่า สีเขียวนั้น ประกอบเข้าด้วยกันระหว่างจุดสีฟ้าและเหลือง ขณะที่หากเป็นการพิมพ์งาน 2 สี สีเขียวที่ใช้พิมพ์ (สมมุติว่าเป็นสีของโลโก้ (Logo)) จะเป็นเม็ดสีเม็ดเดียว คือเม็ดสีเขียวนั้นเลย โดยการผสมเนื้อหมึกพิมพ์ออกมาเป็นสีเขียวไว้แล้วก่อนพิมพ์ ซึ่งจะสวยงาม เนียนเรียบกว่าการผสมระหว่างจุดสีฟ้าและสีเหลืองอยู่ไม่น้อย

8. เมื่อมองโลโก้ (Logo) นั้นเป็นภาพขาวดำ

เมื่อองค์กรหรือหน่วยงานธุรกิจมีโลโก้ (Logo) โดยปกติ การนำโลโก้ (Logo) ไปใช้ มักเป็นการใช้โลโก้ (Logo) ตามสีที่ออกแบบมา แต่บางครั้ง โลโก้ (Logo) อาจถูกนำไปใช้เป็นงานพิมพ์ขาวดำ หรืองานพิมพ์สีเดียว เช่นในใบเสร็จรับเงิน ดังนั้น การเลือกสีและน้ำหนักสีของโลโก้ (Logo) จำเป็นต้องมองให้เป็นภาพขาวดำได้ เช่น สมมุติว่าเราออกแบบโลโก้ (Logo) ให้เป็นภาพวงกลม ครึ่งนึงเป็นสีเขียว อีกครึ่งเป็นสีแดง เมื่อเห็นภาพเป็นสี เราจะแยกสีออกว่า ฝั่งนึงเป็นเขียว และอีกฝั่งเป็นแดง แต่หากโลโก้ (Logo) นั้นถูกมองเป็นขาวดำ บางที สีเขียวและสีแดง เป็นสีน้ำหนักเดียวกัน คือสีเทากลางๆ ภาพขาวดำจึงกลายเป็นวงกลมทั้งก้อนเป็นสีเทาเพียงสีเดียวก็ได้ การเลือกใช้สี นอกจากจะคำนึงถึงสีที่แตกต่างกันแล้วนั้น ต้องดูน้ำหนักของสีนั้นเพิ่มเติมไปด้วย

9. การสื่อสารที่ดี ตอบโจทย์ของโลโก้ (Logo)

การสื่อสารผ่านโลโก้ (Logo) ประกอบด้วยสารหลายชนิด ซึ่งอาจต้องสื่อออกไปทั้งหมด หรือเลือกสื่อเฉพาะบางเรื่อง หรือสื่อแค่เรื่องเดียวก็ได้ แล้วแต่ความต้องการที่ลูกค้า ซึ่งไม่ว่าจะเป็นความต้องการอย่างไร โลโก้ (Logo) นั้น ก็ควรสื่อสารให้รู้สึกได้ตามบรีฟนั้นได้ เพื่อผลต่อการสร้างความรู้สึกต่อโลโก้ (Logo) นั้น

10. การสื่อถึงอารมณ์ของโลโก้ (Logo) นั้น

อารมณ์ที่เกิดขึ้นจากการมองเห็นโลโก้ (Logo) นั้น เกิดขึ้นจากหลายองค์ประกอบ การออกแบบโลโก้ (Logo) ประกอบขึ้นจากการเลือกรูปทรง, การใช้สี, การเลือก Font ตามที่ต้องการ และการจัดวาง องค์ประกอบของการออกแบบนี้ ทุกข้อ ล้วนมีผลต่อการสร้างอารมณ์ สร้างความรู้สึกต่อผู้พบเห็นทั้งสิ้น รูปทรงโค้งมน หรือรูปทรงเหลี่ยมแข็ง, Font เรียบๆ ให้ความรู้สึกเข้ากับสมัย ขณะที่ Font แบบมีหัว ให้ความรู้สึกหรูหรา หรือเป็นทางการ แต่ Font แบบตัวเขียน ให้อารมณ์สนุกสนาน ง่ายๆ, การจัดวางแบบซ้ายขวาเท่ากัน ให้ความรู้สึกมั่นคง ขณะที่การวางรูปแบบอื่นๆ ก็อาจสร้างอารมณ์ในแนวทางอื่นๆ ได้อีกหลากหลายอารมณ์

11. เมื่อโลโก้ (Logo) ถูกย่อจนเล็กจิ๋ว จะยังดูออกว่าเป็นโลโก้ (Logo) นั้นๆ อยู่หรือไม่

การนำโลโก้ (Logo) ไปใช้งาน ถูกนำไปใช้หลายรูปแบบ บางครั้งอาจถูกสร้างเป็นโลโก้ (Logo) ขนาดใหญ่บนหลังคาตึกหรือหน้าตึกสำนักงาน หรือบางครั้ง อาจถูกพิมพ์ลงบนนามบัตรขนาด 9 x 5.5 ซม. โลโก้ (Logo) อาจมีขนาดเหลือเพียง 1.5 ซม หรือบางทีอาจเล็กกว่านั้นก็ได้ การออกแบบโลโก้ (Logo) จึงต้องเผื่อไว้ที่เมื่อการมองระยะไกล หรือการวางบนพื้นที่ขนาดเล็ก จะยังคงสามารถมองได้ชัดเจนอยู่หรือไม่

  • ปริ้นสติ๊กเกอร์ใส พิมพ์สติ๊กเกอร์ใส
  • รับพิมพ์สติ๊กเกอร์ใส
    พิมพ์สติ๊กเกอร์โลโก้ใส
  • สติ๊กเกอร์ใส inkjet
  • สติ๊กเกอร์ใสพิมพ์ขาว
  • สติ๊กเกอร์ใสอิงค์เจ็ท
  • สติ๊กเกอร์ใสปริ้นเลเซอร์
  • สั่งพิมพ์สติ๊กเกอร์ใส
  • สั่งปริ้นท์สติ๊กเกอร์ใส
  • พิมพ์หมึกขาวราคาถูก
  1. พิมพ์สติ๊กเกอร์ใสราคาถูก
  2. พิมพ์ฉลากสินค้า
  3. ใสหมึกขาวราคาถูก
  4. พิมพ์สติ๊กเกอร์ใสด่วน
  5. พิมพ์สติ๊กเกอร์ใสหมึกขาว
  6. พิมพ์หมึกขาว
  7. พิมพ์สติ๊กเกอร์ใส
  8. พิมพ์หมึกขาวด่วน
  9. สติ๊กเกอร์โลโก้ใสรับพิมพ์สติ๊กเกอร์ใส
  10. สั่งทำสติ๊กเกอร์ใส